STATUS EROS PARAGON 2000.1D

2000.1

 

หลังจากวอร์ม-อัพ ผ่านไป จึงเริ่มทดสอบฟัง พบว่า การถ่ายทอดพลังขับของภาคขยายในตัวเครื่องเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ให้การถ่ายทอดพลังขับอออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ปรากฏอาการอั้นหรือการดร็อปของกำลังขับ มีการทดสอบโดยเร่งระดับความดังเสียงให้ดังเพิ่มมากขึ้นพบว่า ภาคขยายของ EROS PARAGON 2000.1D ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างต่อเนื่องแต่จุดหนึ่งที่ต้องเผชิญคือเรื่องความร้อนในการทำงานจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นอาการปกติของเพาเวอร์แอมป์คลาส D โดยทั่วๆไป

เพาเวอร์แอมป์ STATUS อนุกรม EROS หลังเปิดตัวไปไม่นาน สามารถสร้างการยอมรับในวงการเครื่องเสียงรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากจุดเด่นในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานโดยเฉพาะคุณภาพเสียงในรุ่นที่เป็นภาคขยายระบบคลาส AB ขณะเดียวกัน ในรุ่นที่เป็นเพาเวอร์แอมป์คลาส D จะเด่นเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวเครื่อง โดยสามารถถ่ายทอดพลังขับเคลื่อนเกินตัว

การนำเสนอเพาเวอร์แอมป์ คลาส D อนุกรม EROS PARAGON (พารากอน) เป็นอนุกรมเพาเวอร์แอมป์ คลาส D ที่แยกย่อยออกมาจากอนุกรม EROS ของSTATUS การออกแบบมุ่งเน้นรูปลักษณ์เพรียวบาง   สนองตอบการติดตั้งใช้งาน ในพื้นที่จำกัด เช่น ใต้เบาะที่นั่ง

หากเปรียบเทียบกับเพาเวอร์แอมป์คลาส D อนุกรม EROS ปกติ ครีบระบายความร้อนของเพาเวอร์แอมป์ คลาส D EROS PARAGON ครีบระบายความร้อนด้านบนจะมีความสูงของตัวครีบน้อยกว่า หากจะเรียกว่า EROS PARAGON เป็นรุ่น Limited Edition ก็ไม่ผิดนัก

ตัวกล่องเน้นความปลอดภัยของตัวเครื่อง
แม้เพาเวอร์แอมป์ คลาส D EROS PARAGON ที่นำมาทดสอบ จะเป็นเครื่องต้นแบบ แต่การออกแบบตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ และระบบการบรรจุภายในตัวเครื่อง ก็ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ถ้ามองแต่เพียงตัวกล่องภายนอกอาจตกอกตกใจว่า ทำไมตัวกล่องบรรจุเพาเวอร์แอมป์ถึงได้มีขนาดตัวกล่องให้ใหญ่โตเทอะทะ

สาเหตุที่ตัวกล่องบรรจุเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ส่วนหนึ่งเนื่องจากกล่องบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อการใช้งานร่วมกับ เพาเวอร์แอมป์รุ่นอื่นๆในอนุกรม EROS จึงมีการออกแบบตัวกล่องเผื่อไว้


ความปลอดภัยเมื่อบรรจุเพาเวอร์แอมป์ใส่ไว้ในกล่อง จะใช้โฟมหุ้มอยู่ที่หัว-ท้ายของตัวเครื่อง ส่วนกลางของลำตัวเพาเวอร์แอมป์ จะแขวนลอย โดยมี โฟมดังกล่าวเป็นตัวประคองไว้ไม่ให้ตัวถังเครื่องได้รับอันตราย

หมายเหตุ เนื่องจากเครื่องที่นำมาทดสอบ เป็นเครื่องตัวอย่าง ทำให้กล่องบรรจุภัณฑ์ จะแตกต่างจากเครื่องรุ่นที่จะวางจำหน่ายจริง จึงขอแจ้งให้ทราบเพื่อป้องกันความสับสน หากมีข้อสังสัยประการใด ติดต่อ นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บ.ซิกส์มาร์ อิมปอร์ต จำกัด โทรฯ. 02-319-4264-68  แฟ็กซ์.  02-319-4269

ตัวเครื่องเพรียวบาง

EROS PARAGON 2000.1D ความโดดเด่นอยู่ที่ ความเพรียวบางของตัวเครื่อง เนื่องจากปกติ เพาเวอร์แอมป์คลาส D ทั่วไปจะออกแบบตัวเครื่องขนาดใหญ่โตเทอะทะ เพื่อเน้นการระบายที่ดี แต่ EROS PARAGON 2000.1D จะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากตัวเครื่องมีความเพรียวบางกว่า  ทำให้การนำไปติดตั้งใช้งานสามารถติดตั้งใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ได้หลากหลายกว่า ยิ่งเป็นเงื่อนไขพื้นที่ติดตั้งที่จำกัดก็ยิ่งทำให้ติดตั้งได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

ตัวเครื่องของ STATUS EROS PARAGON 2000.1D จะแตกต่างจากEROS ทั่วไปด้วยตัวถังเครื่องสีบรอนซ์เงิน ตัวเครื่องเพรียวบาง

องต่อใช้งานจัดวางใช้งานง่าย

ระบบช่องต่อใช้งานของตัวเครื่อง เพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้  ได้รับการออกแบบมาให้อย่างพร้อมมูล เพื่อรองรับการใช้งานในเงื่อนไขต่างๆได้อย่างลงตัว การจัดวางขั้วต่อและปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ จัดวางอยู่ด้านข้างหัว ท้าย ของตัวเครื่อง

ด้านที่เป็นขั้วต่อสายไฟ สายลำโพง เป็นขั้วต่อแบบ โลหะกลึงขึ้นรูปชุบทอง  หุ้มด้วยฉนวนพลาสติกใส  สามารถเข้าสายไป สายลำโพงที่มีพื้นที่หน้าตัดขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะขั้วต่อสายไฟ สามารถเข้าสายไฟที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ได้สบายๆ

10(2)

ช่องต่อสัญญาณขาเข้าอยู่มุมซ้ายของเครื่อง ขณะที่ช่องต่อสัญญาณLine Output อยู่ขวาสุด ตรงกลางเป็นปุ่มควบคุมการทำงาน

ด้านที่เป็นปุ่มควบคุมการทำงานหากไล่เรียงจากซ้ายไปขวา ประกอบด้วย  ช่องต่อสัญญาณขาเข้าแบบอันบาลานซ์ ชุบทอง(ช่องต่อแบบ RCA) ช่องต่อแบบบาลานซ์ (ช่องต่อแบบ Mini DIN)  ปุ่มปรับความไวขาเข้า ปุ่มปรับเฟสการทำงานของตัวเครื่อง ช่องต่อ รีโมทเบส(ช่องต่อแบบ RJ) ปุ่มปรับยกเบส ปุ่มปรับความถี่วงจรกรองความถี่ซับโซนิก ปุ่มปรับจุดตัดความถี่วงจร LPF หลอด LED แสดงสถานะไฟเข้าเครื่อง และ การทำงานของวงจรป้องกัน ขวาสุดเป็นช่องต่อสัญญาณขาออก แบบอันบาลานซ์ ชุบทอง(ช่องต่อแบบ RCA)

12(2) 13(2)

ปุ่มควบคุมการทำงานขาเข้าของเครื่องมีให้ครบตามความต้องการ                     ขั้วต่อสายไฟ สายลำโพง แบบขันน็อตขนาดใหญ่ อยู่ฝั่งตรงข้าม

โครงสร้างภายในเน้นความสมมาตร

โครงสร้างภายในของ EROS PARAGON 2000.1D ออกแบบในลักษณะระบบออนบอร์ด เน้นการจัดวางแบบสมมาตรหลีกเลี่ยงการเดินสายที่รกรุงรัง เพราะการเดินสายที่รกรุงรังจะเป็นที่มาของสัญญาณรบกวนภายในตัวเครื่อง  จากรูปจะเห็นว่ามีเพียงสายลำโพงขาออกของภาคขยายที่เดินโยงมาที่ขั้วต่อสัญญาณขาออกเท่านั้น มาดูกันว่าดครงสร้างแต่ละจุดของเพาอวร์แอมป์รุ่นนี้มีการออกแบบในลักษณะใดกันบ้าง ซึ่งได้มีการแยกสัดส่วนของวงจรภาคการทำงาน เป็นจุดๆ ดังนี้

14(1)

โครงสร้างภายในของเครื่องระบบออนบอร์ด ออกแบบจัดวางวงจรเป็นระเบียบ สังเกตว่าการจัดวางเน้นความสมมาตรของวงจร

หมายเลข 1 วงจรแหล่งจ่ายไฟระบบสวิทช์ชิ่งภายในตัวเครื่องออกแบบเน้นการอัดฉีดพลังขับที่มีประสิทธิภาพ  ใช้ชุดขดลวดวงแหวน ขนาดใหญ่ถึง 2 ชุดด้วยกันเพื่อการถ่ายทอดพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ โดยฝั่งขาเข้าจะมีตัวเก็บประจุอิเล็กโทรไลติก 3000 ไมโครฟารัด รับหน้าที่ในการกรองแรงดันให้มีความราบเรียบมากยิ่งขึ้น

16(1) 17(1)

วงจรแหล่งจ่ายไฟระบบสวิทช์ชิ่ง ใช้ขดลวดวงแหวนแบบคู่                            วงจรกำเนิดสัญญาณสวิทช์ชิ่งใช้ชิพ ไอ.ซี. TL494

หมายเลข 2 วงจรกำเนิดสัญญาณรูปฟันเลื่อย  หรือ วงจรกำเนิดสัญญาณสวิทช์ชิ่ง จะใช้ ไอ.ซี. TL494 รับผิดชอบการทำงาน ร่วมกับ ไอ.ซี.ออปแอมป์ 4558 เพื่อการกำเนิดสัญญาณที่ให้ความเที่ยงตรงแม่นยำสูง จะทำให้วงจรแหล่งจ่ายไฟมีความรวดเร็วต่อการอัดฉีดพลังงานไฟฟ้าให้กับวงจรภาคขยายอย่างทันท่วงที

24 25

ชุด ไอ.ซี.ส่วนประกอบของวงจรภาคขยายคลาส D                                 ทรานซิสเตอร์ไบโพลาร์ ของภาคขยายภาคสุดท้ายซีกละ 3 คู่

หมายเลข 3 ชุดอุปกรณ์ไบโพลาร์ของภาคขยายภาคสุดท้าย ซึ่งใช้อุปกรณ์ไบโพลาร์ถึง 6 คู่ โดยแบ่งออกเป็นซีกละ 3 คู่ ให้เกนในการขยายสัญญาณเสียงในระดับสูง

22(1) 21(1)

วงจรจขาเข้าใช้ไ อ.ซี.ออปแอมป์ รับหน้าที่ในการทำงาน                              ไอ.ซี.ออปแอมป์ที่ใช้ ของวงจรอินพุท คือ NE5532

หมายเลข 5  ภาคขยายภาคต้นของวงจรภาคขยายคลาส D  จะเน้นการใช้ ไอ.ซี. ภาคDrive แบบ DIP (Dual in Line Package) เพื่อให้ผลลัพธ์การทำงานมีความเที่ยงตรงสูง และการขยายสัญญาณมีเกนสูง

18(1) 19(1)

ตัวเก็บประจุกรองแรงดันขาออกความจุสูง        ชุดเฟทและทรานซิสเตอร์ของวงจรแหล่งจ่ายไฟติดตั้งบนตัวถังเครื่อง เน้นการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

หมายเลข 6 วงจรภาคขาเข้า เน้นเสถียรภาพการทำงานในระดับสูง ให้อิมพีแดนซ์ขาเข้ามีค่าเสถียร การออกแบบใช้ ไอ.ซี.ออปแอมป์ NE5532 รองรับการทำงานของวงจรปรับระดับสัญญาณขาเข้า และปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ รวมถึงการทำงานของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ครอส

26

ชุดวงจรภาคขยาย คลาส D ทั้งชุดของ STATUS EROS 
PARAGON 2000.1D

พลังขับเกินตัว ให้เสียงเบสหนักแน่น
การพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของ EROS PARAGON 2000.1D มีการพิสูจน์โดยการเซ็ทอัพระบบเสียงไบ-แอมป์ พร้อมอุปกรณ์ร่วมการทดสอบ ได้แก่
เฮดยูนิต    JVC KD-SH1000
เพาเวอร์แอมป์ขับกลางแหลม SOUNDSTREAM LW2.240
ลำโพงกลาง-แหลม  MCOTT MCX6.5
ลำโพงซับวูฟเฟอร์  BOSTWICK BOS-EX10D

EROS PARAGON 2000.1D ถูกนำมาเบอร์น-อิน ประมาณ 3-4 วัน และก่อนจะทดสอบการใช้งานมีการเปิดวอร์ม-อัพ ไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง  ในระหว่างการวอร์มอัพ มีการสังเกตการทำงานของตัวเครื่อง พบว่าอุณหภูมิในการทำงานจะมีค่าสูงพอประมาณ (ทดสอบที่ระดับความดังมาตรฐาน)

หลังจากวอร์ม-อัพ ผ่านไป จึงเริ่มทดสอบฟัง พบว่า การถ่ายทอดพลังขับของภาคขยายในตัวเครื่องเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ให้การถ่ายทอดพลังขับอออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ปรากฏอาการอั้นหรือการดร็อปของกำลังขับ มีการทดสอบโดยเร่งระดับความดังเสียงให้ดังเพิ่มมากขึ้นพบว่า ภาคขยายของ EROS PARAGON 2000.1D ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างต่อเนื่องแต่จุดหนึ่งที่ต้องเผชิญคือเรื่องความร้อนในการทำงานจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นอาการปกติของเพาเวอร์แอมป์คลาส D โดยทั่วๆไป

28 29

ชุดสายรีโมทปรับเบสของเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้                                         ชุดน็อต ประแจแอลและฟิวส์ของเครื่อง เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

การระบายความร้อนไร้ปัญหา
หลังจากจำลองสถานการณ์เงื่อนไขการทำงานที่ โหด ! กับเพาเวอร์แอมป์รุ่นนี้ไปแล้ว ทดลองสังเกตการณ์เรื่องการระบายความร้อนพบว่าเมื่อลดระดับความดังเสียงลง การระบายความร้อนสามารถทำได้ดีพอควร ใช้เวลาไม่มากนักก็สามารถทำให้ระดับความร้อนลดลงได้เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งจุดนี้ ในการทดสอบภายในห้องฟัง ไม่บ่งชี้ว่า การมีครีบระบายความร้อนที่สั้นจะมีผลต่อการสะสม ความร้อนในการทำงานแต่อย่างใด ซึ่งในแง่การติดตั้งใช้งานจริงใต้เบาะนั่ง หากสามารถทำให้อากาศไหลวนผ่านใต้เบาะได้น่าจะทำให้ ไม่เกิดปัญหาการระบายความร้อนแต่อย่างใด

การทำงานของฟังก์ชั่นยกเบสพบว่าสามารถเพิ่มเนื้อเบสได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และยกได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อคิดว่าจะยกเบสอย่าเน้นแค่ว่าให้เบสเพิ่มมากขึ้น เพราะถ้ายกมากไปจะทำให้เพาเวอร์แอมป์ทำงานเกินกำลังได้ แต่ภาพรวมพบว่าฟังก์ชั่นนี้สามารถยกเบสเพิ่มได้มาก ส่วนความไวขาเข้ามีค่าสูงทำให้การ Calibrated กับเฮดยูนิตจะทำได้ลงตัวได้ง่ายกว่า

การทดสอบการทำงานในเงื่อนไขถัดมาเป็นการทดสอบใช้งานในโหมดการชมระบบคาร์ เอ/วี ซึ่งพยายามเน้นจำลองสถานการณ์การชมภาพยนตร์ ซึ่งจะมีสาระแตกต่างจากากรฟังเพลง เพราะการชมภาพยนตร์นั้นจะเน้น การถ่ายทอดสัญญาณฉับพลัน และเบสที่กระแทกกระทั้น

ในการทดสอบพบว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส D รุ่นนี้ สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณฉับพลันได้ดี โดยเฉพาะช่วงเบสโหมกระชั้น  สามารถเอาอยู่ไม่ออกอาการเป๋หรือแผ่วแต่อย่างใด  ในแง่การทำงานพบว่าหากต้องการเบสที่กระชับหรือหัวโน๊ตเบสคมๆ จะปรับฟังก์ชั่นยกเบสช่วยก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างที่บอกการปรับให้คำนึงถึงความน่าฟังด้วยจะเป็นการดี

ภาพรวมการทำงานของ EROS PARAGON 2000.1D ให้พลังขับเคลื่อนได้ดี สำหรับการใช้งานในแง่มุมการใช้งานทั่วไปไม่น่าจะมีปัญหาอะไรให้วุ่นวายใจ สามารถสอบผ่านไปได้อย่างสบาย ควรระวังเรืองตำแหน่งติดตั้งใช้งานเท่านั้น

ความคิดเห็นเพิ่มเติม
EROS PARAGON 2000.1D แสดงให้เห้นถึงการออกแบบวงจรภายในที่ทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะความสามารถในการทำงานร่วมกับโหลดที่มีระดับอิมพีแดนซ์ต่ำๆ ทำได้ดี ความไวของวงจรขาเข้ามีค่าค่อนข้างสูง ทำให้สามารถรองรับกับเฮดยูนิตได้หลากหลายกว่าแม้ว่า ในแง่การระบายความร้อนการทำงานอาจจะระบายความร้อนได้ช้าไปสักนิด หากสามารถชดเชยด้วยการติดตั้งในตำแหน่งที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก จะทำให้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานจุดนี้ได้ อย่างไรก้ตามความร้อนที่สะสมในตัวเครือ่งไม่ได้ทำให้การถ่ายทอดพลังขับถดถอยหรือลดทอนลงไปแต่อย่างใด หากนำไปใช้งานในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นเพาเวอร์แอมป์คลาส D อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจเชียวละ

รายละเอียด ข้อมูล
รูปแบบ เพาเวอร์แอมป์ โมโนบล็อกคลาส D
กำลังขับขาออก 
ที่ 4 โอห์ม (วัตต์RMS) 500x 1
ที่ 2 โอห์ม (วัตต์RMS) 1000x1
ที่ 1 โอห์ม (วัตต์RMS) 2000x1
แดมป์ปิ้งแฟกเตอร์ >200
อัตราส่วนสัญญาณ/สัญญาณรบกวน >90 ดีบี
อัตราการแยกช่องสัญญาณ >60 ดีบี
ความเพี้ยนรวมเชิงฮาร์โมนิก <0.03 %
ความไวขาเข้า 0.2-9 โวลท์
อิมพีแดนซ์ขาเข้า  >47 กิโลโอห์ม
โหมดการทำงาน LP/BP
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ครอสฯ
LP 30-250 เฮริตซ์
วงจรกรองความถี่ซับโซนิก 15-55 เฮริตซ์
สวิทช์ปรับเฟส 0-180 องศา
ฟังก์ชั่นยกเบสที่ 45 เฮริตซ์ 0-15 ดีบี

นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บ.ซิกส์มาร์ อิมปอร์ต จำกัด โทร.  02-319-4264-68  แฟ็กซ์.  02-319-4269

 

 

 

 

บริษัท ซิกส์มาร์ อิมปอร์ต จำกัด
 
ที่อยู่   1471/27 โครงการรอยัลโฮม ถนนพัฒนาการ 31/1 แขวงสวนหลวง    เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
โทรศัพท์   02-319-4264-68   
โทรสาร   02-319-4269